“อัยการ”ยังไม่ฟ้อง”พระวัดธรรมกาย”เพิ่ม

4 เม.ย.60–นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเสนอให้คสช. ยกเลิกมาตรา 44 ควบคุมวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีเป็นพื้นที่พิเศษว่า ดีเอสไอได้เสนอเรื่องดังกล่าวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาแล้ว ต้องรอดูต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สายวันนี้ นายปัญญา ถาวรอัครนิล ทนายความผู้ดูแลพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย ได้นำพา 1.พระเผด็จ ทัตตชีโว  2.พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย 3.พระมหาดร.สมชาย ฐานวุฑโฒ และพระลูกวัดพระธรรมกายอีก 5 รูปเดินทางมาที่สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อรับฟังคำสั่งของพนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีว่า จะมีคำสั่งฟ้องข้อกล่าวหาขัดขืนคำสั่ง คสช. พร้อมทั้งรอขอความเป็นธรรมกับพนักงานอัยการว่าให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่จะสั่งฟ้องได้หรือไม่ ทนายความผู้ดูแลพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วันนี้พระภิกษุสงฆ์ทั้ง 8 รูปมาร้องขอความเป็นธรรมในหลายหลายประเด็นซึ่งอัยการก็มีความสนใจและต้องสอบสวน ซึ่งอยู่ในขั้นตอน

การรวบรวมพยานหลักฐานและในวันนี้ได้สอบถามพนักงานอัยการเเล้วทราบว่า ยังไม่มีการสั่งฟ้องพระวัดพระธรรมกายเพิ่มเติม เพียงแต่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมด 8 รูปมาเซ็นตามหมายนัดของอัยการและให้อัยการสอบเพิ่มเป็นบางประเด็นพร้อมมีสาระสำคัญของคดีซึ่งทางอัยการก็ยินดีให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแม่ร้องปวีณาช่วยลูกสาว 8 ขวบตกอาคารเรียนชั้น 3โรงเรียนดังอาการสาหัส ผ่าตัดสมอง 3 ครั้งแล้วนางเพิ่มพูน อ่อนจู อายุ 41 ปี มารดา ด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม อายุ 8 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 59/48 ม.13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจาก “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” จ.ปทุมธานี ว่า ลูกสาวตกตึกที่ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.ปทุมธานี จากชั้น 3 ของอาคารเรียน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องผ่าตัดสมองถึง 3 ครั้ง แต่ยังไม่รู้สึกตัว นอนรักษาตัวอยู่ห้อง ICU ของ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ นางเพิ่มพูนบอกว่า หลังเกิดเหตุวันที่ 9 มี.ค. 2560 ทางโรงเรียน ได้นำเงินช่วยเหลือมา จำนวน 10,000 บาท และวันที่ 20 มี.ค. 2560 โรงเรียนได้นำเงินจากประกันอุบัติเหตุของลูกสาวที่ทำไว้กับทางโรงเรียนมามอบให้ จำนวน 15,000 บาท

และวันที่ 24 มี.ค. 2560 ทางโรงเรียนได้นำเงิน ซึ่งเป็นเงินครูที่ช่วยเหลือลูกศิษย์มาช่วยเหลืออีก 150,000 บาท และได้ให้ตนเซ็นเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ สภ.คลองหลวง โดยระบุว่า ตนจะไม่ติดใจในการดำเนินคดีอาญา ซึ่งในตอนนั้นตนคิดว่าลูกสาวคงจะรักษาหายเป็นปกติได้ แต่ต่อมาวันที่ 3 เม.ย.2560 หมอได้ทำการเจาะคอ และเจาะหน้าท้องเพื่อให้อาหารทางสายยาง ซึ่งจะต้องรักษาในระยะยาว และอาจจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในอนาคตอาจจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปตลอด ขณะนี้ได้ใช้เงินในการรักษาลูกสาวไปแล้ว 60,000 กว่าบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากบัตรทอง และใช้จ่ายค่ารถในการเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวอีกในและวันจึงขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงว่าลูกสาวตกอาการเรียนได้อย่างไร และอยากให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบค่ารักษาลูกสาวที่จะต้องรักษาในระยะยาว ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา ประสานหัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี และ เพื่อเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ ด.ญ.เกศรินทร์ ที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ 5 เม.ย. นี้ เวลา 11.00 น.